หน้าเบื่อไม่ใช่หน้าฝน

posted on 20 Jul 2009 23:58 by selfportrait

- เบื่อคนยืนพิงเสาบนรถไฟฟ้าในขณะที่ผู้โดยสารแน่นๆ

- เบื่อคนไปยืนอ่านหนังสือในร้านแล้วไม่ถนอมหนังสือของเขา

- เบื่อคนพาเด็กมาเสียงดังในโรงหนัง

- เบื่อคนพูดไทยคำอังกฤษคำ

-  เบื่อเด็ก ม ปลายกลุ่มใหญ่ส่งเสียงดังและภาษาหยาบคายทำท่าเก๋าๆในที่สาธารณะ

- เบื่อคนเขียนปกหลังดีวีดีในช่อง special features ว่า language selection

-  เบื่อคนล้างมือเสร็จแล้วสะบัดลงพื้น

- เบื่อตุ๊กๆที่ถุยน้ำลายลงถนน

- เบื่อคนขี้เก๊ก

- เบื่อคนที่สามารถทิ้งขยะลงพื้นได้อย่างดื้อๆ

- เบื่อคนฟัง ipod ตลอดเวลา

-  เบื่อคนพก dslr และเลนส์ ตัวเขื่องมาคอนเสิร์ต และจะถ่ายรูปท่าเดียวโดยไม่สนใจบรรยากาศดนตรีรอบตัว

- เบื่อคนคุยเสียงดังในลิฟท์

- เบื่อคนขับรถที่จะจอดตรงไหนก็จอด

- เบื่อตัวเองที่เป็นคนขี้เบื่อ

edit @ 21 Jul 2009 01:45:59 by selfportrait

ตามประสาคนแก่...

posted on 08 Jun 2009 11:25 by selfportrait

            - ตอน ม 1 เด็กชายธนชาติ ไม่ได้อ่านหนังสือไปสอบ เพราะความขี้เกียจ ทำให้เขาตอบข้อสอบภาษาไทยวันนั้นไม่ได้ สักข้อ เขาเบื่อ เขาจึงขีดๆ เขียนๆ อะไรลงไปในกระดาษว่างๆ นั้น เป็นการฆ่าเวลา วันประกาศผลสอบ แน่นอน-เด็กชายธนชาติ ได้ศูนย์  และแถมท้ายด้วยการถูกอาจารย์ว่ากล่าวตักเตือนยกใหญ่ ใจความหลัก จับความได้  คือ "ถึงเธอจะทำข้อสอบไม่ได้ ก็ไม่มีสิทธิ์ใช้มันเป็นของเล่นนะ"

ตัวอย่างข้อความในกระดาษข้อสอบวันนั้นที่จำได้เลาๆ

คำถาม  ที่ท้องพระโรง พระยาอาศดาวุธ ตรัสกับนางมณีจันทร์ว่าอย่างไร นางจึงยอมเดินทางออกจากเมืองพร้อมกับพระกุมาร

คำตอบ  ไปซะ ไม่อย่างนั้น ข้าจะจับเจ้าใส่ เยอรมัน ซูเพร็ก !!!

             - ตอน ม 1 นายธนชาติร้องเพลงเชียร์ กีฬาสีไม่ได้ จึงถูกพี่ๆพาลงจากสเเตนไปติวเข้ม วันนั้นเขาร้องเพลง we will rock you ไปเจ็ดสิบกว่ารอบ....

           - ตอน ม 1 เช่นกัน เด็กชายธนชาติ ถูกอาจารย์ประจำชั้น เทศน์ ยกใหญ่ต่อหน้าเพื่อนในชั้นทุกคน เพราะ เด็กชาย ธนชาติ จัดการ edit จดหมายของ โรงเรียน เรื่อง ขอเชิญผู้ปกครองร่วมทำบุญ ในวันวิสาขบูชาเป็น จดหมายเชิญชวน ประกอบพิธีกรรมบูชาซาตาน....

           - ตอน ม 4 นายธนชาติ มีผลการเรียนเป็นอันดับหนึ่งของห้อง ด้วยเกรดเฉลี่ย 2.9 ..... เพราะห้อง 4/3 ที่เขาอาศัยอยู่นั้น ไม่ต่างอะไรกับ ห้องเรียนในคุโรมาตี้

            - จวบจนถึงทุกวันนี้ อาจารย์ประจำชั้น ม 6 ยังคงเชื่ออยู่ว่า นายธนชาติ นับถือ ศาสนา ซิกต์ และพ่อของเขา ขายมะตะบะ อยู่ที่พัทลุง เหตุเกิดจากการที่เขาไปโกหกหน้าตาย เพราะขี้เกียจสวดมนต์ยาวในเช้าวันพฤหัส

            -  ม 2 นายธนชาติทำจดหมายเสนอแนะ ถึง ผู้อำนวยการ ว่าควร ถอดวิชาลูกเสือออกจาก ตารางสอน เพราะ สงสัยในตัวเนื้อหาวิชาดังกล่าวว่า  การซ้ายหัน ขวาหัน และร้องเพลงรอบกองไฟ นั้นมีประโยชน์อันใดในการดำรงชีวิต  

            - ตอน ม 6 นายธนชาติ  ถูกอาจารย์ฝ่ายปกครองตัดคะเเนน เพราะ ไม่ยอมลงไปเข้าแถวตอนเช้า เขานอนหลับอยู่ในห้องเรียนเงียบๆ   อีกหนึ่งข้อหา คือ " สื่อสารไม่สร้างสรรค์ " เพราะ มีอาจารย์ท่านหนึ่งเข้ามาพบ นายธนชาติที่กำลังนอนราบขนานกับพื้นห้อง แล้วถามว่า เธอๆ เป็นอะไรไหม แต่นายธนชาติ ตอบว่า นอน... ซึ่งกรณีนี้  อาจารย์่ฝ่ายปกครองชี้แจงว่า จากคำถามว่า เป็นอะไรไหม  เธอต้องตอบเป็น คำนาม จึงจะถูกต้องตาม บริบท การที่ตอบเป็นคำกริยาอย่าง  "นอน" นั้น เป็นการผิดหลักภาษา จึงนับเป็นการสื่อสารไม่สร้างสรรค์ นายธนชาติน้อมรับข้อหา นั้นมาอย่างสงบและมึนงง

              - นายธนชาติเคารพรักอาจารย์ฝรั่งที่สอนภาษาอังกฤษ ตอน ม 4 นามว่า Stewart มาก เพราะเขาเชียร์ ทีมบอล Leeds united  เหมือนกับ นายธนชาติ

               - ม ต้น นายธนชาติ มักขี้โกงในวิชาพิมพ์ดีด ด้วยการ ใช้คำสั่ง copy  paste กรรมสนองให้เขาเขาพิมพ์ไม่คล่องมาจนถึงปัจจุบัน

             - ตอน ม 6 นายธนชาติ ลงแข่ง บาสเก็ตบอล ลีค ประจำปีของ โรงเรียนภายใต้ ทีมที่ชื่อว่า "กรือเซะ" ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากเหตุการณ์ในภาคใต้    ผลการแข่งขันคือ กรือเซะได้เหรียญทอง และนายธนชาติได้ทำเหรียญดังกล่าวหายไปในเย็นวันนั้น.....  

             - ม 6 นายธนชาติส่งกระดาษเปล่าวิชาวิทยาศาสตร์กายภาพ เพราะ ไม่พอใจ ระบบการประเมินผล ของโรงเรียนกล่าวคือ ผุ้ได้คะเเนนต่ำกว่า ครึ่งถือว่า สอบตก เมื่อซ่อมแล้ว จะได้ คะแนนครึ่งหนึ่งของคะแนนเต็ม ซึ่ง นายธนชาติพบว่า ไม่ยุติธรรม เพราะข้อสอบนั้นยากมาก เด็กผู้ตั้งใจอ่านหนังสือ ได้คะแนน 16 จาก 30 ขณะที่เด็กสอบตก พอสอบซ่อมก็ได้คะแนน 15  ต่างกันเพียงคะแนนเดียว และการสอบซ่อมนั้น มักจะเป็นอะไรง่ายๆ เช่น ไปทำเวรหนึ่งอาทิตย์  เป็นต้น วันประกาศผล อาจารย์ประจำวิชา กล่าวว่า เธอเป็นคนแรกในประวัติศาสตร์โรงเรียนที่ทำเช่นนี้...

             -  ม 6 เทอมสองเมื่อนายธนชาติ มีคะแนนเอ็นทรานในเกณฑ์ที่ติดอย่างแน่นอนแล้ว เขาก็เกิดการขี้เกียจเรียนในห้องมากขึ้น จึงนำ ที่ปิดตา และที่อุดหู มานอนในห้อง แน่นอน อาจาร์ปกครองมาพบ และ ออกคำสั่ง ตามมาในทันใดว่า ห้ามนำอุปกรณ์การนอนมาโรงเรียน

             - ช่องพฤติกรรมในสมุดพกนั้น เป็นช่องที่ให้อาจารย์ประจำชั้น เขียนแนะนำ เกี่ยวกับตัวบุตรหลาน ถึงผู้ปกครองเช่น อ่อนวิชานั้น วิชานี้ ชอบวิชาอะไร ขยันเรียนหรือไม่ ควรปรับปรุงด้านใด มีความถนัดด้านไหน อาจารย์ประจำชั้น ตอน ม 2 เขียนในช่องดังกล่าวของนายธนชาติสั้นๆว่า  " ดื้อ "

             - นายธนชาติเคยบวช ตอนปิดเทอม ม 4 เป็นระยะเวลาหนึ่งเดือนที่วัดสายวิปัสสนา จังหวัด นครปฐม โดยมีจุดมุ่งหมายหลักในการฝึกสมาธิ กรรมฐาน แต่ด้วยความเป็นเด็กเพ้อเจ้อ และ ฟุ้ง ทำให้สถิติการนั่งสมาธิของเขาที่นานที่สุดตลอดการฝึกฝนคือ 6 นาทีถ้วน.... 

            - เด็กชายธนชาติ มีนิ้วมือที่สั้นกว่า มาตรฐาน ทำให้วิชาดนตรีไทยตอนประถม เขาไม่สามารถ ปิดรูสุดท้าย ในขลุ่ยไทยได้ ซึ่งเป็นเหตุให้เด็กชายธนชาติสอบตกทุกเพลงที่มีตัว โดต่ำ

 

....

edit @ 8 Jun 2009 19:39:20 by selfportrait

Umpon- "Extra ordinary"

posted on 26 May 2009 13:17 by selfportrait

ผู้กำกับ = director 

นักแสดง = actor

ผู้อำนวยการสร้าง = producer

หัวหน้าฝ่ายจัดไฟ = gaffer

ตัวประกอบ = extra

... 

 

 

สักประมาณ (นึก) 

..........

สามอาทิตย์ก่อน.. 

นายธนชาติ ตื่นเต้นเป็นพิเศษ เพราะจะได้ถ่ายลุงอัมพร สุดยอดตัวประกอบที่ติดอันดับ บุคคลที่อยากเจอ มานานนม  จำได้ว่า ดูหนังที่ลุงโผล่มาแจม ตั้งแต่สมัย สิบกว่าขวบ

ก่อนการถ่ายทำ เราได้คุยอะไรกันพอสมควร.. 

                                    

"เล่นหนังครั้งแรก สักประมาณ สามสิบปีก่อน จำได้ว่า ง่ายมาก เพราะเล่นเป็นคนที่วิ่งหนีปืนกล แต่สุดท้ายก็ไม่รอดนะ เจอยิงล้มเลย.."

"ไม่มีแมวมองอะไรหรอก เพื่อนผมเป็นตัวประกอบอยู่ แล้ววันนั้นผมตามเขาไปออกกองพอดี ผู้กำกับเห็นก็ชอบ เลยให้โอกาสผม" 

"เดินตลาดคนทักตลอด แต่เขาไม่ได้เกลียดอะไรเรานะ แม้ว่าเราจะเล่นเป็นผู้ร้ายตลอดกาล เพียงแต่บ่นนิดๆหน่อยๆว่า ทำไม ชอบรังแกนางเอกจัง (ยิ้ม)"

"ตัวจริงไม่ได้โหดอย่างในทีวีหรอก เด็กแถวบ้านชอบเล่นกับผมมาก เหนื่อยทุกวันเพราะเจ้าตัวเล็กพวกนั้น"

"ชอบดูหนังมาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ฝันว่า สักวันอยากเข้ามามีส่วนร่วม" 

"เคยถ่ายมาหมดแล้ว หนังไทย ละคร โฆษณา หนังฝรั่ง หนังฮ่องกง หนังญี่ปุ่น"

"ทำงานแบบนี้ เราทำอาชีพเสริมอะไรไม่ได้หรอก มีถ่ายทุกอาทิตย์ ต้องให้เวลากับมันหมด ทุกวันนี้ วันไหน อยู่บ้าน ไม่มีคิวถ่าย เราก็นั่งทำนู่น ทำนี่ จุ๊กๆ จิ๊กๆไป ช่วงนี้ก็ร้อยพวงมาลัยเล่น สนุกดี" 

"ผมชอบงานของผมมากนะ มันสนุก เปลี่ยนไปตลอด เรื่องไหนๆ เราได้ไปแจมตลอด ไม่น่าเบื่อ" 

"ยากที่สุดคือ บทร้องไห้ มันต้องบิ๊วตัวเอง พอเราบิ๊วตัวเอง แล้วมันไปไง คือ กู่ไม่กลับ ขนาดเลิกกองวันนั้นแล้ว กลับบ้านไปยังซึมเลย จนลูกสาวถามว่า เป็นอะไรไหมเนี่ย"

"ชอบทำงานกับกองถายโฆษณาที่สุด คือ เขามีระเบียบ วินัย มีการแบ่งหน้าที่ที่ชัดเจน ไม่เหมือนละคร ตอนนั้น ผมนั่งกินข้าวเสร็จก็รอเข้าฉาก ไอ้พวกทีมงาน พูด แหม กินเสร็จนั่งแกว่งตีนเลยนะมึง แล้วเขาก็เรียกไป แบกของ ยกของ ประจำ" 

"ชีวิตเดินไปเรื่อยๆ ถ้าคุณมัวฝังตัวเองกับเวลา คุณก็แพ้ชีวิต ถ้าตอนนี้ คุณนั่งรถเมล์ คุณก็ควรรับรู้ว่า คนข้างๆ เป็นยังไง ตอนนี้ รถวิ่งถึงไหนแล้ว เอ๊ะ นอกหน้าต่างเมื่อกี้ มีคนกำลังปิดร้านข้าวต้มนะ ถ้าคุณไม่รับรู้ปัจจุบันพวกนี้ แสดงว่า ใจคุณกำลังถูกรบกวน ซึ่งคุณเป็นคุณเปิดประตูรับมันเข้ามาเองนะ " 

"กองฝรั่ง เขาเป๊ะมาก ทุกอย่างตรงล็อคๆ ตลอด ต่างกับบ้านเราสุดๆ"

"ต่อ(ฟีโน) กับ มั่ม นี่อาจารย์ผมเลย"

"ชอบคุณยุทธเลิศมาก เขาน่ารัก ให้เกียติ พูดกับผมดีมาก คือ ผมอยากได้แบบนี้ๆ นะ ลุงช่วยคิดให้ผมหน่อยละกันว่า ยังไงดี "

" ซิลเวสเตอร์ สตาร์โลน นี่โปรมาก ยิ้มตลอด และใจเย็นมาก ทำให้เรารู่ว่า มืออาชีพจริงๆนั้น ไม่ใช่คุณเก่ง คุณมีความสามารถอย่างเดียว แต่มืออาชีพคือ คุณทำให้คนอื่นที่ร่วมงานกับคุณมีความสุขด้วย ทุกอย่างมันถึงจะเคลื่อนที่ไปข้างหน้าด้วยดี " 

"ผมเชื่อว่า ทุกคนรู้ว่า อะไรดี อะไรไม่ดี เพียงแต่เราชอบหาเหตุผมมาสนับสนุนให้ตัวเอง ทำเหี้ยๆ ซึ่งจริงๆ มองดูดีๆ มันไม่ใช่เหตุผลหรอก มันแค่ข้ออ้างที่เรายกมาเข้าข้างตัวเอง " 

"เมื่อกี้ ลงไปกินข้าว ป้าร้านขายข้าว ยังทักเลย"

"หลิว เต๋อ หัว จำผมได้ ตอนมาไทยเขาถามหาผมคนแรกเลย" 

"พวกตัวประกอบเนี่ย มันก็มีสังคมของเขาๆ เล็กๆรู้จักกันหมด ใครทำอะไร อบอุ่นดี" 

"เรื่องท่าใหญ่ โอเวอร์แอคติ้ง นี่ผมว่าผมก็เยอะแล้วนะ แต่สู้ไอ้เชีย (สายเชีย จนเคลียดกินเหล้า) ไม่ได้ ตอนนั้นไปแคสบทกระเทยแข่งกัน สู้มันไม่ได้จริงๆ มันเล่นซะเรากลัว ขนลุกเลย(หัวเราะ)" 

 

....